<%@LANGUAGE="VBSCRIPT" CODEPAGE="874"%> Untitled Document




-
เครื่องราง - ของขลัง


ความหมายของเครื่องราง-ของขลัง บ เเบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

1. เครื่องราง หมายถึง วัตถุใดๆที่พระเกจิอาจารย์ได้ทำการปลุกเสกขึ้นมาเพื่ออุปเท่ห์ในการใช้ เช่น ตะกรุดทองเเดงหรือตะกั่ว ผ้ายันต์ ลูกอม ฯลฯ

2. ของขลัง หมายถึง ของทนสิทธิ์ วัตถุใดๆที่มีดีในตัวเอง โดยพระเกจิอาจารย์ไม่ได้ทำการปลุกเสก เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น เขี้ยวเสือกลวง เขี้ยวหมูตัน เขากวางคุด ข้าวสารหิน ไม้ไผ่ตัน ฯลฯ

3. เครื่องราง-ของขลัง หมายถึง ของขลังใดๆที่มีดีในตัว ที่ได้ผ่านกรรมวิธีปลุกเสกหรือลงอักขระโดยพระเกจิอาจารย์ เช่น ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ ตะกรุดไม้ไผ่ตัน เขี้ยวเสือกลวงลงอักขระ เบี้ยเเก้ ไม้ครู ฯลฯ

เบญจภาคีเครื่องราง-ของขลัง มีดังนี้

1. ตะกรุดมหาโสฬสมงคล หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง

2. เบี้ยเเก้ หลวงปู่รอด วัดนายโรง

3. ปลัดขิก หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก

4. เขี้ยวเสือ หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย (คลองด่าน)

5. หนุมาน หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน

 ถ้าเป็นนักสะสมเครื่องราง-ของขลังยุคเก่า ท่านก็จะกล่าวถึง 9 เครื่องราง-ของขลัง ทรงคุณค่าครับ จนมีคนเเต่งเป็นโคลงกลอนดังนี้ ....

 " หมากดีที่วัดหนัง  ถ้าเบี้ยขลังวัดนายโรง

 ไม้ครูอยู่คู่วัดอินทร์  ส่วนมีดบินวัดหนองโพธิ์

 พิสมรวัดพวงมาลัย  ครั่งเหลือร้ายวัดโตนดหลวง

 ราหูคู่วัดศรีษะฯ  เเหวนอักขระวัดหนองบัว
 
 ลูกเเร่ที่วัดบางไผ่  ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน

 เก้าสิ่งล้วนเป็นมงคล  ทั่วทุกคนควรค้นหา

 ติดกายยามญาตตรา  ภัยมิกล้ามาเเพ้วพาน"

 สำหรับข้อมูลเเละรูปภาพ เครื่องราง-ของขลัง ที่ผมจะนำเสนอเพื่อความรู้เเละการอนุรักษ์นั้น ผมได้มาจากเเหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

 อนึ่งผมเองไม่ใช่เซียนเครื่องรางของขลังเเต่อย่างใด ผมเป็นเพี่ยงผู้นิยมชมชอบ เครื่องราง-ของขลังเท่านั้น ผมจึงไม่สามารถตัดสินชี้ขาดเครื่องราง-ของขลัง ของใครว่าเเท้หรือเก๊ได้

ถาม ...ทำไมผมถึงชอบเครื่องราง-ของขลัง ?

ตอบ...เครื่องราง-ของขลัง มีเสน่ห์มากครับ เครื่องราง-ของขลัง ในสมัยก่อนนั้นจะมีกรรมวิธีทำที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก ส่วนใหญ่เครื่องราง-ของขลัง ยุคเก่ามักจะต้องผ่านมือพระเกจิอาจารย์เเทบทุกชิ้นครับ พระเกจิอาจารย์ยุคเก่าจะใส่ใจในกรรมวิธีที่ได้รับการสืบทอดมากครับ คนยุคเก่าจึงนิยมใส่พระเครื่องเพียงองค์เดียวเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจให้นึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครับ ส่วนเครื่องราง-ของขลังนั้น...เพียบครับ

 ถาม...ทำไมคนจึงนิยมพระเครื่องมากกว่าเครื่องราง-ของขลัง?

 ตอบ...ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าเครื่องราง-ของขลัง ยุคเก่านั้นเป็นของเเฮนด์เมด ทำด้วยมือเเทบทุกชิ้น (ไม่เหมือนเครื่องราง-ของขลังยุคใหม่นะครับ ที่ผลิตจากโรงงาน) เพราะฉะนั้นจึงหาข้อยุติได้ยากว่าเเท้หรือเก๊หรือเป็นของเกจิท่านใด ต้องอาศัยผู้ชำนาญที่มีประสบการณ์เท่านั้น

 ถาม...เครื่องราง-ของขลัง นั้นยากต่อการศึกษาสะสมใช่หรือไม่ ?

 ตอบ...ยากเเน่นอน เเต่เมื่อศึกษาเเล้วสนุกมากครับ สำหรับคอเครื่องราง-ของขลังเเล้ว ต้องเปิดใจให้กว้าง ถึงจะไม่มีมาตรฐานที่เเน่นอน เเต่มีเอกลักษณ์ครับ

 ถาม...ที่มาของเครื่องราง-ของขลังนั้นเชื่อถือได้หรือไม่

 ตอบ...สำหรับพระเครื่องนั้นผมให้เครดิตที่มานั้นน้อยมากครับ ผมจะให้เครดิตที่องค์พระเครื่องมากกว่าครับ เเต่สำหรับเครื่องราง-ของขลังนั้น บางอย่างเป็นการทำให้เฉพาะบุคคล บางอย่างนั้นประวัติในหนังสือตามเเผงนั้นเลือนลางมาก เเถมเป็นของเเฮนด์เมดอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นผมให้เครดิตกับที่มานั้นมากครับ

 ถาม...ถ้าเกิดสนใจศึกษาเครื่องราง-ของขลังเเล้วควรเริ่มที่ตรงไหน?

 ตอบ...
1.ศึกษาประวัติพระเกจิอาจารย์ที่เราสนใจ ตลอดจนกรรมวิธีการสร้าง เอกลักษณ์ของ เครื่องราง-ของขลัง พุทธคุณ ประสบการณ์

 2. เมื่อเรารู้กรรมวิธีการสร้าง เเละเอกลักษณ์ของเครื่องราง-ของขลังเเล้ว ตัวเครื่องราง-ของขลังนั้นจะบอกให้เรารู้เองว่าเป็นของที่ทำเลียนเเบบ(เก๊)หรือไม่

 3. ศึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ เเละ จริงใจ

4. เปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็น เเต่ต้องหนักเเน่น ใช้เหตุผลให้มากครับ คำนึงถึงความเป็นไปได้เพราะเครื่องรางเป็นของเเฮนด์เมด เช่น เครื่องราง-ของขลัง ยุค 60-70 ปีก่อน เนื้อไม้ดูเก่ามากเเต่ทำไมมีรอยสว่านไฟฟ้าได้ เเสดงว่า ไม่เก๊ก็เป็นของเกจิอาจารย์ยุคใหม่

 5. ควรศึกษา รักเก่า ตะกั่วเก่า ทองเเดงเก่า เงินเก่า ว่าเป็นอย่างไร

 6. ค้นหาตัวตนที่เเท้จริงของตัวเองว่าชอบเครื่องราง-ของขลังสายไหน เเล้วศึกษาสะสมสายนั้น เช่น สายวัดสะพานสูง สายเขี้ยวงา สายเพชรบุรี สายนครปฐม สายสุพรรณ ฯลฯ ไม่ควรสะสมเเบบสะเปะสะปะ


 ทั้งหมดเป็นเเนวทางส่วนตัวในการศึกษา สะสม อนุรักษ์ เครื่องราง-ของขลังของผม สุดท้ายนี้หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผมก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ.....สวัสดีครับ