<%@LANGUAGE="VBSCRIPT" CODEPAGE="874"%> Untitled Document




-
"อุกกาบาต"ถล่ม ทะลุบ้าน ลงกลางเตียงนอน




อุกกาบาต - ก้อนหินลึกลับสีดำที่ตกทะลุหลังคาบ้านของนายสมศักดิ์ สุขะวัฒนะ ในอ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งนักวิชาการด้านดาราศาสตร์สงสัยว่าอาจเป็นก้อนอุกกาบาตที่เสียดสีชั้น บรรยากาศแล้วเผาไหม้ไม่หมด เมื่อวันที่ 24 พ.ค.

ชาว เมืองสองแควแตกตื่นก้อนหินประหลาดคล้ายอุกกาบาต หล่นใส่หลังคาบ้านทะลุ แห่ลูบคลำทั้งถูไถตามเนื้อตัวเชื่อรักษาโรคภัยได้ พร้อมตีเป็นหวย เจ้า ของบ้านเผยนั่งเลี้ยงหลานอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงของหนักหล่นใส่หลังคาบ้านดังโครมใหญ่ ตกใจนึกว่าใครมาเขวี้ยงระเบิดใส่บ้านออกไป ดูกลายเป็นหินประหลาด เชื่อเป็นลางดีนำโชคลาภมาให้ มั่นใจไม่ใช่หินธรรมดาแน่ ประสาน ม.นเรศวรช่วยพิสูจน์

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 357/2 ชุมชนดีอินทร์พัฒนา ซอย 1/4 ถ.มหานุภาพ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก หลังรับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า มีก้อนอุกกาบาตหล่นใส่หลังคาบ้าน สร้างความแตกตื่นแก่ประชาชนจำนวนมาก จุดเกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวหลังคามุงด้วยสังกะสี โดยนายสมศักดิ์ สุขะวัฒนะ อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน กำลังนำก้อนหินที่เชื่อว่าเป็นก้อนอุกกาบาตมาโชว์ให้เพื่อนบ้านที่มามุงดู จำนวนมาก บางรายหยิบก้อนหินไปถูตามผิวหนัง เพราะเชื่อว่าช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้ ขณะที่หลายคนจดเลขที่บ้านนำไปตีเป็นเลขหวย

ตรวจสอบพบว่า ก้อนอุกกาบาตดังกล่าวลักษณะคล้ายก้อนหิน สีดำสนิท กว้างประ มาณ 2.5 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว มีน้ำหนักมากกว่าก้อนหินทั่วไป โดยหนักประมาณ 210 กรัม จากนั้นเจ้าของบ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูร่องรอยของหลังคาสังกะสีที่ถูกก้อน อุกกาบาตหล่นใส่จนเป็นรูโหว่ ขนาดกว้างประมาณ 5 นิ้ว และบริเวณเตียงนอน โดยชาวบ้านที่มามุงดูต่างเชื่อว่าเป็นก้อนอุกกาบาตที่หล่นมาจากฟ้า หรือที่เรียกกันว่าผีพุ่งไต้

นายสมศักดิ์ เจ้าของบ้าน กล่าวว่า มีอาชีพ กรรมกร เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 พ.ค. ขณะที่ตนพร้อมด้วยนางอำพร สุขะวัฒนะ อายุ 42 ปี ภรรยา นั่งเลี้ยงหลานและดูทีวีอยู่ภายในบ้าน จู่ๆ ได้ยินเสียงดังคล้ายกับระเบิดหรือประทัดยักษ์ หล่นใส่หลังคาสังกะสีบ้านจนทุกคนในบ้านและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงตกใจ กลัว นึกว่ามีคนนำระเบิดมาปาใส่บ้าน และได้ยินเสียงเหมือนมีวัตถุหนักๆ หล่นลงมาใส่เตียงนอน จึงรีบไปเก็บมาดูพบว่าเป็นก้อนหินสีดำสนิท

นาย สมศักดิ์ กล่าวว่า ก้อนหินดังกล่าวแปลกกว่าก้อนหินทั่วไป ตรงที่มีน้ำหนักมากกว่า ตอนแรกคิดว่ามีคนแกล้งเอาก้อนหินปาใส่หลังคาบ้าน จึงลองนำก้อนหินขนาด เท่ากันปาใส่สังกะสีอย่างแรงหลายครั้ง แต่ ก็ไม่ทะลุ จึงคิดว่าน่าจะเป็นก้อนอุกกาบาต ที่หล่นมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงหล่น ใส่หลังคาบ้านจนทะลุดังกล่าว เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีและจะนำโชคลาภและสิ่งดีๆ มาให้ครอบ ครัว ตนจะเก็บก้อนอุกกาบาตดังกล่าวไว้ เพื่อพิสูจน์ว่า เป็นก้อนอุกกาบาตจริงหรือไม่ต่อไป

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้ประสานไปที่ทางมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยทางมหาวิท ยาลัยจะส่งเจ้าหน้าที่ภาควิชาเคมี คณะวิทยา ศาสตร์มาตรวจสอบในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เพื่อพิสูจน์ว่าหินดังกล่าวเป็นหินชนิดใด เป็นอุกกาบาตที่ตกจากนอกโลกหรือไม่

นางจินตนา เชี่ยววิจิตร อายุ 51 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกัน เล่าว่า วันเกิดเหตุกำลังนั่งทำกับข้าว ได้ยินเสียงดังที่หลังคาบ้านนายสมศักดิ์ ก็ออกมาดูพร้อมๆ กับนายสมศักดิ์ที่ออก มานอกบ้านพร้อมตะโกนถามว่าใครขว้างหลัง คาบ้าน พร้อมทั้งออกไปดูรอบบ้าน แต่ไม่พบ ใครจึงเข้าไปดูในบ้านก็พบก้อนหินลักษณะแปลก ตกอยู่ข้างเตียง ขณะที่หลังคามีรูทะลุ ตอนที่หยิบขึ้นมาดูก้อนหินดังกล่าวไม่ถึงกับร้อนมาก แค่อุ่นๆ ดมดูมีกลิ่นเหม็นไหม้ จาก น้ำหนักและแรงทะลุจึงเชื่อว่าเป็นก้อนอุกกาบาตจากนอกโลก เพราะคล้ายกันกับที่เคยเห็นข่าวทางทีวี

รศ.ดร.ชยันต์ บุณยรักษ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุ โลก เผยว่า จากข้อมูลที่ปรากฏ ถ้าเป็นในช่วง 3-4 เดือนแรกของปี มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นสะเก็ดจากดาวหางฮัลเลย์ แต่นี่เวลาห่างมาพอสมควร จึงคาดว่าอาจจะเป็นอุกกาบาตจากกลุ่มดาวเคราะห์น้อยที่วงโคจรเข้ามาใกล้โลก โดยจะมีหลายขนาด แต่เมื่อตกถึงชั้นบรรยากาศของโลกจะถูกเผาไหม้จนเหลือขนาดเล็กๆ หรือย่อยสลายไปในอากาศ ในกรณีที่พิษณุโลกจะต้องรอพิสูจน์ของจริงก่อนจึงจะสามารถระบุได้ว่าเป็น อุกกาบาตประเภทไหน มีส่วนผสมของสารใดบ้าง

นายบุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบัน วิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยา ศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กรณีมีวัตถุสีดำคล้ายหินอุกกาบาตตกทะลุหลังคาบ้านชาวบ้าน จ.พิษณุโลก ว่า ได้เห็นภาพแล้ว กำลังตรวจสอบว่ามีแนวโน้มเป็นหินอุกกาบาตหรือไม่ เนื่องจากหลายปีก่อนเคยมีชาวบ้านเอาหินมาให้ดูเหมือนหินอุกกาบาต แต่เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นหินจันทรคราสคือเป็นแก้วสีดำมัน ผิวขรุขระเหมือนดวงจันทร์แต่ทุบแล้วแตกเหมือนแก้ว ซึ่งตามรูปภาพทีเห็นเบื้องต้น พิจารณาแล้วไม่ น่าจะเป็นหินจันทรคราส หรือ TEKTITE สะเก็ดดาวตก แต่ดูแล้วน่าจะเป็นโลหะ ต้องขอดูของจริงและน้ำหนักหินด้วย ตนได้ประสานไปยังคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ว่าให้เข้า ไปตรวจสอบของจริงใน วันที่ 25 พ.ค.นี้

" หากหินก้อนนี้หล่นมาจากท้องฟ้าจริงก็น่าจะมีโอกาสเป็นหินอุกกาบาตได้ เพราะดูสภาพที่หล่นลงมาทะลุหลังคา เปิดเปิงและตกลงมาบนเตียงนอนก็น่าจะตกลงมาแรงมาก ที่ผ่านมาประมาณ 10 ปีที่แล้วเคยมีชาวบ้านร้องดู่ จ.เพชรบูรณ์ เจอหินอุกกาบาตมาแล้ว เป็นเหล็ก ส่วนอันนี้ดูจากรูปลักษณ์ก็เป็นได้ มีองค์ประกอบโลหะต้องไปพิสูจน์กันให้ชัดเจน" ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ กล่าว

นายบุญรักษา กล่าวว่า หินอุกกาบาตเกี่ยวพันกับฝนดาวตก เพราะเป็นเศษเล็กๆ ที่หลุดออกมา หรือบางครั้งเป็นเศษดาวหางกระจายมากระทบโลกเสียดสีอากาศแล้วเผาไหม้ยังไม่ หมดตกมาเป็นอุกกาบาต นอกจากนั้นปกติในอวกาศจะมีเศษโลหะ หินเล็กๆ อาจตกลงมายังโลกเมื่อใดก็ได้ เหมือนเศษขยะ เพราะโลกหมุนตลอดเวลา และมีแรงดึงดูด อาจมีเศษวัตถุเหล่านี้เข้ามาได้ตลอด โดยอุกกาบาตมี 2 ชนิด คือ เป็นหินและเป็นเหล็ก หรือทั้งหินและเหล็กผสมกัน ก้อนที่พบล่าสุดมีขนาดประมาณ 3-5 ซ.ม. เป็นการเสียดสีอากาศแล้วเผาไม่หมด

โดย ปกติอุกกาบาตไม่มีอันตราย ยกเว้นตกใส่รถหรือใส่ตัวคนก็ถึงตายได้ เพราะหินมีความเร่งก่อนกระทบสู่พื้นจะเกิดความร้อนและแรงมากเป็นอันตรายได้ ถ้าตกมาที่ตัวคนหรือรถ

ด้านนายชัยวัฒน์ คุปตระกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ กล่าวว่า วัตถุที่ตกจากท้อง ฟ้าเกิดขึ้นได้เสมอ หรือบางครั้งอาจมีวัตถุขนาดบางๆ ที่ลมพัดแรงก็พัดขึ้นจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วตกลงมาได้เช่นกัน